วันเสาร์ที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2555

นศ.สาวพิษณุโลกคิดสั้นผูกคอลาโลก


นศ.สาวพิษณุโลกคิดสั้นผูกคอลาโลก


นศ.สาววัย 23 ปี คิดไม่ตกใช้เชือกผูกคอเสียชีวิตภายในหอพักย่านเมืองพิษณุโลก

     ร.ต.ท.บุญสิงห์  สุทธิ ร้อยเวรสภ.เมืองพิษณุโลก ได้รับแจ้งเหตุมีผู้ผูกคอตัวเองเสียชีวิต ภายในหอหักแห่งหนึ่ง ดำริพัฒนาซอย 6 ต.บ้านคลอง อ.เมือง จ.พิษณุโลก ตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมแพทย์เวรรพ.พุทธชินราช  และเจ้าหน้าที่สมาคมกู้ภัยข่าวภาพพิษณุโลก พบผู้เสียชีวิตชื่อ น.ส.มุขลิน  มากล้นดี อายุ 23 ปี ภูมิลำเนาอยู่บ้านเลขที่ 143 หมู่ 2 ต.แม่กลอง อ.อุ้มผาง จ.ตาก 
 
     ทั้งนี้ ผู้เสียชีวิตได้ใช้เชือกปอแก้ว ผูกมัดกับลูกบิดประตูห้องพัก  เมื่อเจ้าหน้าที่ไปถึงที่เกิดเหตุ ก็พบว่า มีผู้พังประตูห้องเข้าไปเพื่อช่วยเหลือก่อนเจ้าหน้าที่ และพบว่าได้เสียชีวิตไปแล้ว ตรวจสอบพบว่า ผู้เสียชีวิต เป็นนักศึกษาระดมอุดมศึกษาแห่งหนึ่ง สาเหตุการคิดสั้นผูกคอลาโลกครั้งนี้ยังไม่ทราบชัดเจนนัก โดยเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบร่องรอยหลักฐานภายในห้องพักเพื่อตรวจสอบ และให้เจ้าหน้าที่กู้ภัยข่าวภาพพิษณุโลกนำร่างผู้เสียชีวิตนำไปชันสูตรที่นิติเวชรพ.พุทธชินราชอีกครั้ง

วันพฤหัสบดีที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2555

ทึ่ง! สาวอังกฤษรอดหลังถูกรถพ่วงทับรถยับ


เมื่อวันที่ 26 มิถุนายนที่ผ่านมา เว็บไซต์เดลิเมลของอังกฤษ เปิดเผยภาพเหตุการณ์สุดทึ่ง เมื่อสาวอังกฤษวัย 20 ปี รอดชีวิตมาได้อย่างหวุดหวิด หลังรถพ่วงซึ่งวิ่งมาข้าง ๆ ล้มทับรถที่เธอกำลังขับอยู่จนบี้แบน 

         เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในมณฑลสตาฟฟอร์ดเชียร์ของอังกฤษ เมื่อเช้าวันที่ 25 มิถุนายนที่ผ่านมา หญิงสาวรายหนึ่งซึ่งไม่มีการเปิดเผยชื่อ ได้ขับรถไปตามถนนสองเลน แต่แล้วระหว่างนั้นเองที่รถพ่วงคันใหญ่คันหนึ่งได้วิ่งขึ้นมาขนาบข้างพยายามจะแซงรถของเธอ แต่แล้วยังไม่ทันจะแซงพ้น รถพ่วงก็เกิดเสียสมดุลล้มลงมาทับรถเก๋งคันเล็ก ๆ ของเธออย่างรวดเร็ว 

          แต่ไม่น่าเชื่อเลยว่า ภายในเวลาเพียงไม่กี่วินาทีนั้น เธอจะตั้งสติรีบปลดเข็มขัดนิรภัยออกแล้วกระโจนมายังเบาะนั่งข้างคนขับก่อนที่รถพ่วงจะทับรถบริเวณเบาะคนขับจนบี้แบน จากนั้นเธอก็รีบปีนออกมาภายนอกรถ ซึ่งการตัดสินใจอย่างรวดเร็วนี่แหละที่ช่วยชีวิตเธอได้อย่างหวุดหวิด เพราะดูจากสภาพรถพ่วงที่ล้มลงมาทับรถของเธอแล้ว เธอจะไม่มีทางรอดชีวิตแน่นอน ถ้าหากเธอยังคงนั่งอยู่ที่เบาะคนขับ

         ทั้งนี้ รายงานระบุว่าหญิงสาวรายนี้ได้รับบาดเจ็บแค่ที่มือเท่านั้น ซึ่งเป็นเรื่องที่สร้างความประหลาดใจให้กับเจ้าหน้าที่กู้ภัยมาก เพราะสภาพรถบี้แบนขนาดนั้น มันยากที่จะเชื่อว่าเธอแทบจะไม่ได้รับบาดเจ็บเลย ขณะที่คนขับรถพ่วงนั้น แน่นอนว่าเขาไม่ได้รับบาดเจ็บใด ๆ เพราะส่วนที่เสียศูนย์ล้มลงมาทับรถเก๋งนั้น เป็นตู้คอนเทนเนอร์ที่พ่วงมาด้านหลัง และส่วนหน้ารถก็ไม่ได้ไปกระแทกกับอะไรเลยนั่นเอง

ขอขอบคุณภาพประกอบจาก alsawsanadot.files.wordpress.com

วันพุธที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2555

รวมสูตรสมุนไพรเพื่อความงาม......


หัวไชเท้า: ช่วยลดรอยฝ้าและกระให้จางลง

ส่วนผสม
1.หัวไชเท้า 1 หัว(ขนาดเล็ก)
2.น้ำมะนาวสด 1 ช้อนแกง

วิธีทำ
ใช้หัวไชเท้าล้างน้ำให้สะอาด ทำการปอกเปลือก แล้วหั่นบางๆ นำไป
ปั่นให้พอละเอียด ใส่น้ำมะนาวประมาณ 1 ช้อนแกงปั่นรวมกันอีกครั้ง

วิธีใช้
ให้ทาทั่วผิวหน้า (ยกเว้นรอบดวงตาและปาก) ทิ้งไว้ประมาณ 10-15 นาที แล้วจึงล้างออกด้วยน้ำสะอาด ทำเป็นประจำจะช่วยลดฝ้า และกระให้
สีจางลง

กล้วยน้ำว้า : ทำให้ผิวพรรณนุ่มเนียน

ส่วนผสม
1. กล้วยน้ำว้าสุก 1 ผล
2. น้ำผึ้งแท้ 1 ช้อนแกง

วิธีทำ
ให้ใช้กล้วยน้ำว้าสุก 1 ผลกับน้ำผึ้งแท้ 1 ช้อนแกง ปั่นรวมกันให้เป็น
เนื้อครีมข้น

วิธีใช้
ให้ทาครีมให้ทั่วผิวหน้า (เว้นรอบดวงตาและปาก) ทิ้งไว้ประมาณ 15-20 นาที ล้างออกด้วยน้ำอุ่นทำประจำจะช่วยให้ผิวหน้านุ่มเนียนอ่อนวัย

ใบบัวบก : ลดรอยตีนกา

ส่วนผสม
1. ใบบัวบก
2.น้ำต้มสุก

วิธีทำ
ใช้ใบบัวบกสดๆ ล้างให้สะอาด หั่นฝอยประมาณ 1/2 ถ้วย เติมน้ำต้มสุก
นิดหน่อย นำไปปั่นให้เป็นน้ำข้นๆ กรองเอาแต่น้ำ

วิธีใช้   ใช้สำลีชุบทาทั่วใบหน้า หรือจะใช้สำลีแปะไว้ที่ผิวใบหน้า ทิ้งไว้ประมาณ
15 นาที ล้างออกด้วยน้ำสะอาด จะช่วยบำรุงผิวหน้าให้เต่งตึงไร้ริ้วรอย เพราะใบบัวบกมีสารกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน และอิลาสตินให้ทำงาน
ได้ดีขึ้น

แตงโม : บำรุงผิว ให้ชุ่มชื้นสดใส

ส่วนผสม   แตงโม

วิธีทำ
ใช้เนื้อแตงโมปั่น ให้ละเอียด

วิธีใช้
ทาทั่วผิวหน้า แล้วใช้ผ้าบางๆ หรือผ้ากรอสคลุมไว้ ประมาณ 10-15 นาที
จึงล้างออกด้วยน้ำสะอาด ผิวหน้าจะชุ่มชื้นสดใสไม่แห้งกร้าน

ทุเรียน : ลดปัญหาสิวสาว

ส่วนผสม
1.เนื้อทุเรียนสุกพอห่าม(สุกไม่มาก)
2.ดินสอพอง

วิธีทำ
ใช้เนื้อทุเรียนสุกพอห่าม หรือจะเป็นเนื้อทุเรียนดิบ หั่นชิ้นเล็กๆ ประมาณ
3-5 ช้อนแกง (หรือกะเอาพอประมาณ) ปั่นรวมกับดินสอพอง 1/4 ช้อนแกง ปั่นให้เป็นเนื้อเนียนข้น

วิธีใช้
ใช้ทาทั่วผิวหน้า (เว้นรอบดวงตาและปาก) หรือบริเวณที่เป็นสิว ทิ้งไว้ประมาณ 10-15 นาที ล้างออกด้วยน้ำสะอาด (ธาตุกำมะถันในทุเรียน
จะช่วยให้เม็ดสิวแห้งเร็วได้)




สรรพคุณสมุนไพร เพื่อความงาม


ปัจจุบันมีการใช้สมุนไพรในการรักษาโรคอย่างแพร่หลาย รวมถึงมีการใช้สมุนไพรเกี่ยวกับความงามทั้งตามสปา หรือใช้เองที่บ้าน สำหรับสรรพคุณของสมุนไพรนั้น ผมได้รวบรวมบางส่วนมาให้ได้อ่านกัน โดยเน้นที่สมุนไพรเกี่ยวกับความงามครับ

กระเจี้ยบ
สรรพคุณช่วยบำรุงผิวพรรณ ทำให้ผิวพรรณสดใส ลบรอยเหี่ยวย่นบนใบหน้าและหางตา ช่วยลดจุดด่างดำและฝ้าบนใบหน้า ช่วยในการผลัดเซลล์ผิวที่เสื่อมสภาพให้หลุดลอก ออกไป ใช้เป็นประจำจะทำให้ผิวนุ่มนวลสดใส มีฤทธิ์ต้านแบคทีเรียในกระเพาะปัสสาวะ ช่วยขับปัสสาวะ มีฤทธิ์เป็นยาระบาย ช่วยลดความดันโลหิต ต้านการเกิดพิษต่อตับ ต้านการเกิดแผลในกระเพาะอาหาร ป้องกันโรคเลือดออกตามไรฟัน

มะขามเปียก
สรรพคุณ ช่วยชำระสิ่งสกปรกจากผิวหนังได้ดี ช่วยผลัดเซลล์ผิวที่เสื่อมสภาพให้หลุดลอกไป ช่วยขจัดกลิ่นตัว ทำให้ผิวเนียนนุ่ม ขาวใส ผิวพรรณผุดผ่อง เต่งตึง นอกจากนี้ยังมีสรรพคุณช่วยในเรื่องการขับถ่าย แก้อาการท้องผูก และแก้ไอขับเสมหะ มีวิตามินซีสูงช่วยป้องกันไข้หวัด วิตามินเอช่วยเรื่องสายตาและระบบประสาท

เปลือกมังคุด
สรรพคุณ มีสารช่วยในการต้านอนุมูลอิสระ ช่วยลดรอยเหี่ยวย่น ทำให้ผิวกระชับ ลดการเกิดฝ้า ลดกระ ลดจุดด่างดำ ลดรอยหมองคล้ำ ลดสิว บรรเทาอาการอักเสบของสิว ช่วยลดผดผื่นคัน ช่วยสมานแผล ทำให้แผลแห้งเร็วนอกจากนี้ยังใช้ในการลดกลิ่นตัวได้ด้วย

อบเชยเทศ
สรรพคุณ บรรเทาอาการอ่อนเพลีย ใช้ขับลม รักษาโรคไข้สันนิบาต รักษาลมอัมพฤกษ์ ใช้สำหรับปลุกธาตุอันดับให้เจริญ

เหงือกปลาหมอ
สรรพคุณ เป็นยาอายุวัฒนะ ใช้บำรุงรากผม รักษาฝี ใช้รักษาโรคน้ำเหลืองเสีย แก้พิษฝีดาษ รักษาพิษฝีภายใน รักษาโรคผิวหนัง ลดผดผื่นคัน รักษาอาการหวัด

ฟ้าทะลายโจร
สรรพคุณ ลดไข้ ช่วยให้เจริญอาหาร บรรเทาอาการเจ็บคอ บรรเทาอาการคออักเสบ ลดความดันโลหิต แก้ท้องเสีย แก้บิด แก้ปอดอักเสบ ลดการอักเสบจากสิว

ใบบัวบก
สรรพคุณ ลดรอยเหี่ยวย่น ช่วยบำรุงหัวใจ บำรุงกำลัง ช่วยลดแผลเป็น ช่วยในการสมานแผล ลดอาการอักเสบ ลดอาการบวม แก้อาการร้อนใน เป็นยาดับร้อน ลดอาการกระหายน้ำ ลดอาการแพ้ ลดอาการอักเสบ ลดอาการระคายเคือง ลดรอยคล้ำรอบดวงตา ลดอาการช้ำใน บรรเทาอาการอ่อนเพลีย บรรเทาอาการปวดท้อง แก้บิด แก้ดีซ่าน แก้ไมเกรน ลดอาการปวดศีรษะ รักษาโรคเรื้อน แก้กามโรค รักษาอาการตับอักเสบ

ขมิ้นชัน
สรรพคุณ ช่วยให้ผิวชุ่มชื่น ลดการอักเสบของสิว ลดการอักเสบจากแมลงกัดต่อย ลดอาการคัน ลดผื่นคัน ช่วยสมานแผล มีสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยชลอการแก่ของเซลล์ผิวหนัง ช่วยปรับสภาพผิวให้ขาว ลดรอยด่างดำ ลดรอยแผลเป็น ยับยั้งการหลั่งกรดในกระเพาะอาหาร ช่วยย่อย แก้ท้องอืด ท้องเฟ้อ นอกจากนี้ยังมีสารช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรียและเชื้อราบางชนิด ทำให้แก้อาการของโรคผิวหนังบางชนิดได้

กานพลู
สรรพคุณ ทำให้รู้สึกเย็น บรรเทาอาการปวดท้อง แก้ลม แก้เหน็บชา รักษาอาการโลหิตเป็นพิษ ช่วยลดการอักเสบของสิว แก้อาการเสมหะเหนียว แก้อาการเลือดออกตามไรฟัน ลดอาการหอบหืด บรรเทาอาการปวดฟัน แก้รำมะนาด

กวาวเครือขาว
สรรพคุณ ช่วยลดและป้องกันรอยเหี่ยวย่น ช่วยให้ผิวหนังเต่งตึง เนื่องจากมีฤทธิ์ในการต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของการเกิดริ้วรอย โรคหัวใจและโรคมะเร็ง นอกจากนี้ยังมีสรรพคุณในเรื่องการบำรุงโลหิต บำรุงสมอง บำรุงกำลัง

ว่านนางคำ
สรรพคุณ ช่วยในการบำรุงผิว ทำให้ผิวชุ่มชื่น ใช้คุมธาตุ ใช้เป็นยาสมาน ใช้เป็นยาขับเสมหะ แก้โรคหนองในเรื้อรัง รักษากามโรค แก้ผดผื่นคัน บรรเทาอาการปวดท้อง ใช้ขับลมในลำไส้ แก้ฝี บรรเทาอาการปวดทอนซิล รักษาโรคต่อมน้ำลายอักเสบ แก้เคล็ดขัดยอก แก้ฟกช้ำ บรรเทาอาการบวม

รางจืด
สรรพคุณ มีฤทธิ์ในการแก้พิษร้อนต่างๆ ช่วยอาการแพ้ และบรรเทาการระคายเคือง แก้อาการเมาค้าง แก้อาการปวดหัวมึนหัวอันเกิดมาจากพิษสุรา แก้พิษตกค้างในร่างกายใช้ รักษาโรคอักเสบและปอดบวม

ไพล
สรรพคุณ ลดอาการฟกช้ำ บวม กระตุ้นให้เกิดการผลัดเซลล์ผิว ช่วยให้ผิวเต่งตึงสดใส กระตุ้นการไหลเวียนโลหิต ลดการเกิดเส้นเลือดขอด แก้โรคผิวหนัง แก้ฝี แก้ปวดเมื่อย บรรเทาอาการเหน็บชา บรรเทาอาการปวดท้อง ลดอาการบิดมูกเลือด แก้ท้องเสีย ลดไข้ ช่วยสมานแผล ลดการติดเชื้อ แก้เคล็ดขัดยอก แก้อาเจียน แก้ปวดฟัน ใช้ขับลม ขับประจำเดือน เป็นยาระบายอ่อนๆ

พญายา
สรรพคุณ ช่วยปรับสภาพผิวให้ขาวใส ลดรอยด่างดำ ลดแผลเป็น ช่วยป้องกันผิวจากการทำลายของรังสียูวี มีคุณสมบติดูดซับรังสียูวี นอกจากนี้ยังช่วยลดการอักเสบซึ่งเกิดจากสิว และยังช่วยลดอาการแพ้และการระคายเคืองด้วย

ทองพันชั่ง
สรรพคุณ รักษาโรคผิวหนัง กลากเกลื้อน ลดอาการอักเสบของสิวและผิวหนัง ลดอาการผมหงอกที่เกิดจากเชื้อรา แก้อาการไอเป็นเลือด แก้ริดสีดวงทวาร มีฤทธิ์ฆ่าพยาธิ ลดอาการไข้

ทานาคา
สรรพคุณ มีฤทธิ์ในการฆ่าเชื้อแบคทีเรีย ช่วยลดผดผื่น ลดอาการคัน มีฤทธิ์ในการต่อต้านการเสื่อมของเซลล์ ช่วยป้องกันการเกิดสิว ป้องกันการเกิดริ้วรอย ทำให้ผิวเรียบเนียน มีฤทธิ์ลดการสร้างเม็ดสีเมลานิน ซึ่งช่วยลดการเกิดจุดด่างดำและฝ้า ช่วยปรับผิวให้ขาว และนอกจากนี้ยังช่วยป้องกันการทำลายผิวจากรังสียูวี( UV ) มีคุณสมบัติดูดซับรังสียูวี

เถาเอ็นอ่อน
สรรพคุณ ช่วยคลายเส้น แก้อาการเส้นยึด ลดอาการเส้นตึง แก้อาการเส้นแข็ง แก้อาการเส้นเอ็นพิการ ต้มดื่มจะช่วยบำรุงเส้นเอ็นให้แข็งแรง แก้เคล็ดขัดยอก ลดอาการปวดเมื่อยเส้นเอ็น บรรเทาอาการตึงตัว

เถาวัลย์เปรียง
สรรพคุณ ใช้เป็นยาอายุวัฒนะช่วยคลายกล้ามเนื้อ ลดอาการเส้นเลือดขอด คลายปวดเมื่อย แก้ปวดตึง ต้มรับประทานจะช่วยขับปัสสาวะ แก้โรคบิด ลดอาการไอ บรรเทาอาการหวัด

ขมิ้นอ้อย
สรรพคุณ ใช้เป็นยาแก้ท้องร่วง แก้อาเจียน ลดไข้ ใช้ผสมในยาระบายเพื่อลดความแรงของยาระบาย ช่วยลดอาการอักเสบจากสิวและแมลงกัดต่อย เป็นยาสมานแผล แก้อาการฟกช้ำ ลดอาการบวม แก้อาการโลหิตเป็นพิษ รักษาอาการเลือดลมไหลเวียนไม่สะดวก แก้ลม รักษาอาการระดูมาไม่ปกติ มีส่วนช้วยในการรักษาโรคมะเร็งบางชนิด รักษาอาการเลือดคั่ง

ชะเอมเทศ
สรรพคุณ บำรุงผิว ช่วยปรับสภาพผิว ช่วยปรับผิวให้ขาว ลดรอยด่างดำและแผลเป็นต่างๆ บำรุงปอด ลดอาการน้ำลายเหนียว แก้เสมหะ แก้ไอที่มีเสมหะ ลดอาการเบื่ออาหาร บรรเทาอาการปวดท้อง ลดอาการไข้ บรรเทาอาการอ่อนเพลีย บำรุงกล้ามเนื้อ ใช้เป็นยาระบายสำหรับเด็กอ่อน

ดอกอัญชัน
สรรพคุณ ในสมัยโบราณใช้สำหรับทาคิ้วเด็กอ่อนเพื่อทำให้คิ้วหนาขึ้น หรือทาบนศรีษะเพื่อให้ผมดกดำ ใช้ชโลมผมหลังสระแก้ผมหงอก ต้มดื่มช่วยบำรุงตาให้สว่าง แก้ตาเจ็บ รักษาอาการตาฟาง เป็นยาขับปัสสาวะ และเป็นยาระบาย

ผักเสี้ยนผีบด
สรรพคุณ รักษาอาการฝีในตับ รักษาฝีในปอดและลำไส้ ใช้สำหรับขับหนองฝี บรรเทาอาการท้องร่วง ใช้สำหรับแก้ลม

วันอังคารที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2555

แผนที่ และ ข้อมูลเชิงพื้นที่


แผนที่ และ ข้อมูลเชิงพื้นที่


แผนที่ คือ 
 สิ่งที่แสดงลักษณะของผิวโลก ทั้งที่เป็นอยู่ตามธรรมชาติและที่มนุษย์สร้างขึ้นโดยแสดงลงบนพื้นราบ อาศัยการย่อส่วนให้เล็กลงตามขนาดที่ต้องการและใช้เครื่องหมายหรือสัญลักษณ์แทนสิ่งที่ปรากฏอยู่ บนผิวโลก


ข้อมูลเชิงพื้นที่ (Spatial data) มีส่วนประกอบ 2 ส่วน คือ 


ข้อมูลเชิงภาพ (Graphic data) สามารถแทนได้ด้วย 2 รูปแบบพื้นฐาน


           ข้อมูลแบบเวกเตอร์ (Vector format)
           ข้อมูลแบบแรสเตอร์ (Rastor format)
ข้อมูลอรรถธิบาย (Attribute data) เป็นข้อความอธิบายที่มีความสัมพันธ์กับข้อมูลเชิงภาพเหล่านั้น เช่น ชื่อถนน, ลักษณะ พื้นผิว และจำนวนช่องทางวิ่งของเส้นถนนแต่ละเส้น เป็นต้น

วันจันทร์ที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2555

Nutrient balance as a sustainability indicator of different agro-environments in Italy


Nutrient balance as a sustainability indicator of different
agro-environments in Italy

     Regionally mandated budgets often ignore important sub-regional differences. To help identify hot-spots,
where environmental pressures and agricultural activities combine and heighten the need to optimise
farming strategies, we recommend using detailed spatial target analysis.
     In this paper, we propose a methodology for identifying different agro-environments, test that method
in a case-study territory in the western Po River plain (the largest and most intensive agricultural area in
Italy), and then calculate the nutrient budget indicators of these defined agro-environments as a means
to assess environmental sustainability.
     We identified five Macro Land Units (MLUs) representing five different agro-environments from official
datasets and territorial surveys, detected and quantified land use, crop productivity, and fertilisation
management in these MLUs, and calculated nutrient budgets according to the IRENA European methodology.
    As expected, the highest nutrient surpluses (103, 39, and 95 kg ha−1 for N, P, and K, respectively)
were detected in the most intensely managed area. N surpluses were attributed to excess mineral inputs
and P surpluses to excess organic inputs. At the territorial scale, the manure N load was far below the
170 kg ha−1 threshold; at the crop scale, maize showed the least-optimised fertilisation management.
This work suggests that GIS-based analysis of environmental pressures of agricultural activities at a
sub-regional level is useful for identifying areas and crops for which fertilization must be well managed.
The proposed methodology depends on accurate collection and collation of farm data into GIS databases;
public authorities should promote investment in planning and managing data collection in agriculture.

รูปแบบของฐานข้อมูล


รูปแบบของฐานข้อมูล

1.ฐานข้อมูลแบบลำดับขั้น (Hierarchical Database)

เป็นลักษณะของฐานข้อมูลที่มีความสัมพันธ์ของข้อมูลเป็นแบบหนึ่งต่อหนึ่ง หรือ แบบหนึ่งต่อกลุ่ม แต่จะไม่มีความสัมพันธ์แบบกลุ่มต่อกลุ่มในฐานข้อมูลแบบนี้
ลักษณะโครงสร้างของฐานข้อมูลแบบลำดับขั้นนี้ จะมีลักษณะคล้ายต้นไม้ที่คว่ำหัวลง จึงอาจเรียกโครงสร้างฐานข้อมูลแบบนี้ได้อีกแบบว่าเป็น โครงสร้างแบบต้นไม้ (Tree Structure) โดยจะมีระเบียนที่อยู่แถวบนซึ่งจะเรียกว่าเป็น ระเบียนพ่อแม่ (Parent record) ระเบียนในแถวถัดลงมาจะเรียกว่า ระเบียนลูก (Child record) ซึ่งระเบียนพ่อแม่จะสามารถมีระเบียนลูกได้มากกว่าหนึ่งระเบียน แต่ระเบียนลูกแต่ละระเบียนสามารถมีระเบียนพ่อแม่ได้เพียงหนึ่งระเบียนเท่านั้น


 ฐานข้อมูลแบบลำดับขั้นในระบบ GIS




 โครงสร้างฐานข้อมูลแบบลำดับขั้น


การค้นคืนข้อมูลในฐานข้อมูลแบบลำดับขั้น จะต้องทำเป็นลำดับชั้นตามโครงสร้าง คือ
ถ้าต้องการสอบถามข้อมูลโรงงานในแต่ละอำเภอว่ามีตำบลอะไรบ้าง จะต้องสอบถามเป็นลำดับขั้น ซึ่งสามารถสอบถามในครั้งเดียว เนื่องจากเอนติตี้ของตำบล เชื่อมโยงโดยตรงกับเอนติตี้อำเภอนั่นเอง แต่ เมื่อต้องการสอบถามข้อมูลโรงงานในแต่ละอำเภอว่ามีโรงงานอะไรบ้าง จำนวนเท่าไร จะต้องสอบถามเป็นลำดับขั้น ไม่สามารถสอบถามในครั้งเดียว เนื่องจากเอนติตี้ของโรงงานอุตสาหกรรม ไม่ได้เชื่อมโยงโดยตรงกับเอนติตี้อำเภอนั่นเอง ซึ่งทำให้ประสิทธิภาพในการสอบถามข้อมูลลดลง คือ
ขั้นแรก จะต้องสอบถามว่าในอำเภอหนองเสือ (2807) มีตำบลใดบ้าง จากตารางขอบเขตอำเภอ
ขั้นที่สอง สอบถามว่าในตำบลที่เลือกไว้แล้วนั้นมีโรงงานใดอยู่ในตำบลดังกล่าวบ้าง จากตารางตำบลซึ่งเชื่อมโยงกับโรงงานอุตสาหกรรมนั่นเอง
การสอบถามหรือค้นคืนข้อมูลจากฐานข้อมูลแบบลำดับขั้นจึงขาดประสิทธิภาพ หรือลดความรวดเร็วในการสอบถาม เนื่องจากมีเอนติตี้ระหว่างกลาง (Intermediate entity)
2. ฐานข้อมูลแบบเครือข่าย (Network Database)
ข้อมูลภายในฐานข้อมูลแบบนี้สามารถมีความสัมพันธ์กันแบบใดก็ได้ เช่นอาจเป็นแบบหนึ่งต่อหนึ่ง หนึ่งต่อกลุ่ม หรือกลุ่มต่อกลุ่ม และไม่จำเป็นต้องมีลำดับชั้นที่สูงกว่า ซึ่งจะทำให้การค้นคืนข้อมูลเป็นไปได้โดยง่ายขึ้นกว่าแบบลำดับขั้น



แสดงฐานข้อมูลแบบเครือข่าย

3. ฐานข้อมูลแบบเชิงสัมพันธ์ (Relational Database)

ฐานข้อมูลเชิงสัมพันธ์เป็นฐานข้อมูลที่มีความนิยมใช้กันมากในปัจจุบัน ซึ่งสามารถใช้งานได้กับเครื่องคอมพิวเตอร์ทุกระดับตั้งแต่ไมโครคอมพิวเตอร์ จนกระทั่งถึงเมนเฟรมคอมพิวเตอร์ ฐานข้อมูลแบบนี้จะมีโครงสร้างข้อมูลต่างจากฐานข้อมูลสองแบบแรก กล่าวคือ ข้อมูลจะถูกเก็บอยู่ในรูปแบบของ ตาราง (Table) ซึ่งภายในตารางก็จะแบ่งออกเป็น แถว (Row) และ คอลัมน์ (Column) แต่ละตารางจะมีจำนวนแถวได้หลายแถวและจำนวนคอลัมน์ได้หลายคอลัมน์ แต่ละแถวสามารถเรียกได้อีกอย่างว่า ระเบียนหรือเรคคอร์ด (Record) คอลัมน์ในแต่ละคอลัมน์สามารถเรียกได้ว่า เขตข้อมูลหรือฟิลด์ (Field)
ฐานข้อมูลเชิงสัมพันธ์สามารถค้นคืนรายละเอียดด้วยการเชื่อมตารางต่างๆ ตั้งแต่ 2 ตารางขึ้นไป โดยการใช้คุณลักษณะของ Field ที่เหมือนกันที่อยู่ในทุกๆ ตาราง ซึ่งขั้นตอนหรือการเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างตารางนี้เรียก “การปฏิบัติการเชื่อมความสัมพันธ์” (Join Operation) และจะได้ตารางใหม่ที่ทำการเชื่อมข้อมูลแล้ว ซึ่งทำให้ได้ข้อมูลที่ต้องการได้ ซึ่งการค้นคืนในฐานข้อมูลเชิงสัมพันธ์นี้จะมีประสิทธิภาพอย่างมากเพราะช่วยให้เกิดความหลากหลายในการประยุกต์ใช้งานมากขึ้น
การปฏิบัติการเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างตารางจะจัดเก็บรวบรวมข้อมูลที่มีความเกี่ยวข้องกันให้อยู่ตารางเดียวกัน ซึ่งมีข้อดีคือทำให้สามารถค้นคืนข้อมูลได้ในเวลาอันรวดเร็วกว่าการจัดเก็บไว้ในหลายๆ ตาราง แต่มีข้อเสียคือการที่นำข้อมูลต่างๆ ที่สัมพันธ์กันมาไว้ในตารางเดียวกันก็จะทำให้ปริมาณข้อมูลที่จัดเก็บในตารางก็เพิ่มขึ้นด้วย




 4. .ฐานข้อมูลเชิงวัตถุ  (The Object-Oriented  Database Model)                                    


ฐานข้อมูลแบบลำดับชั้น แบบเครือข่าย และฐานข้อมูลเชิงสัมพันธ์ ล้วนจัดเก็บเฉพาะข้อมูล ไว้ในฐานข้อมูล  ส่วนชุดคำสั่งที่ใช้ในการดำเนินการกับฐานข้อมูลจะจัดเก็บไว้ในซอฟแวร์ระบบจัดการฐานข้อมูลแยกต่างหาก แต่ฐานข้อมูลเชิงวัตถุ จัดเก็บทั้งข้อมูลและชุดคำสั่งไว้ด้วยกัน จึงสามารถใช้งานร่วมกันได้โดยอัตโนมัติ ทำให้ฐานข้อมูลชนิดนี้มีประสิทธิภาพในการจัดเก็บและจัดการ แต่มีการนำมาใช้งานน้อยกว่าฐานข้อมูลเชิงสัมพันธ์ เนื่องจากมีความยุ่งยากซับซ้อนมากกว่า  




5.ฐานข้อมูลเชิงวัตถุ-สัมพันธ์ (The Object-Relational  Database Model)


สร้างขึ้นเพื่อให้ฐานข้อมูลเชิงสัมพันธ์สามารถเพิ่มคุณสมบัติของแบบจำลองเชิงวัตถุเข้าไปได้โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่ม ในด้านการออกแบบข้อมูลใหม่ หรือเปลี่ยนแปลงระบบฐานข้อมูลเดิม โดยสิ่งที่เพิ่มขึ้นมาจากแบบจำลองฐานข้อมูลเชิงสัมพันธ์ คือ สามารถสร้างชนิดข้อมูลที่กำหนดเองได้