วันศุกร์ที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2555

ก้อนหินแปลกๆ รูปทรงกลมๆ บนดาวอังคาร



นักวิทยาศาสตร์เห็นภาพก้อนหินแปลกๆ รูปทรงกลมๆ บนดาวอังคารจากยานโรเวอร์รุ่นเก๋าของนาซา แต่ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าคืออะไร

ภาพใหม่จากยานออพพอร์จูนิตี (Opportunity) ยานสำรวจเคลื่อนที่ (rover) ขององค์การบริหารการบินอวกาศสหรัฐฯ (นาซา) เผยภาพชั้นหินที่โผล่ออกมามีรูปทรงกลมแปลกๆ เหมือนตุ่มปูดพองที่เบียดกันแน่น ซึ่งสเปซดอตคอม ระบุว่า นักวิทยาศาสตร์ในภารกิจยังไม่สามารถอธิบายได้ว่าคืออะไร

เมื่อเห็นครั้งแรกทีมนักวิทยาศาสตร์คิดว่าเป็น “ก้อนบลูเบอรีดาวอังคาร” (Martian blueberries) ก้อนกลมๆ ที่อุดมด้วยธาตุเหล็ก ซึ่งออพพอร์จูนิตีบันทึกภาพได้เป็นครั้งแรกเมื่อปี 2004 แต่ชั้นหินที่เรียกว่า “เคิร์กวูด” (Kirkwood) ก็มีลักษณะสำคัญหลายอย่างที่ต่างออกไป

สตีฟ สไควเรส (Steve Squyres ) ผู้ติดตามหลักในภารกิจสำรวจของยานโรเวอร์จากมหาวิทยาลัยคอร์เนลล์ (Cornell University) นิวยอร์ก สหรัฐฯ กล่าวว่าภาพก้อนหินกลมๆ นี้เป็นหนึ่งในภาพไม่ธรรมดาที่สุดของภารกิจยานออพพอร์จูนิตี ซึ่งในจำนวนนั้นมี “บลูเบอรีดาวอังคาร” แต่กรณีของชั้นหินล่าสุดนี้มีลักษณะที่แตกต่าง เพราะพวกเขาไม่เคยเห็นก้อนกลมเล็กๆ ที่รวมตัวกันแน่นในชั้นหินดาวอังคารที่โผล่ออกมาเช่นนี้

ตอนนี้ยานออพพอร์จูนิตีกำลังสำรวจบริเวณที่เรียกว่าเคปยอร์ก (Cape York) ทางขอบตะวันตกของหลุมอุกกาบาตขนาดใหญ่บนดาวอังคารที่ชื่อ “เอนเดฟเวอร์” (Endeavour) ซึ่งชั้นหินเคิร์กวูดเป็นเพียงหนึ่งจุดสำรวจในบริเวณเคปยอร์กของยาน ซึ่งนักวิทยาศาสตร์ยังสำรวจชั้นหินอื่นๆ ที่อยู่ข้างเคียง ซึ่งอาจจะมีแร่ธาตุที่น่าสนใจอยู่ และจะทำการศึกษาหลังยานเสร็จสิ้นการวิเคราะห์ในภารกิจปัจจุบัน

นักวิทยาศาสตร์ในภารกิจ กล่าวอีกว่า ยานออพพอร์จูนิตีได้สำรวจพบบลูเบอรีดาวอังคารอยู่หลายครั้งในพื้นที่สำรวจหลายแห่งบนดาวอังคาร แต่รูปทรงปูดโปนเป็นทรงกลมอย่างที่เห็นในชั้นหินเคิร์กวูดนี้เพิ่งพบเป็นครั้งแรก และในภาพล่าสุดที่ส่งมานี้รูปทรงแปลกๆ หลายอันก็แตกหักเผยให้ทรงกลมในใจกลางที่แปลกประหลาดอยู่ภายใน

สไคเรส กล่าวว่า รูปทรงกลมนั้นดูเหมือนจะกรอบนอก และนุ่มในใจกลาง และต่างมีความหนาแน่นที่แตกต่างกัน มีโครงสร้างแตกต่างกัน มีองค์ประกอบแตกต่างกัน และกระจายตัวต่างกัน ซึ่งนับเป็นปริศนาทางธรณีวิทยาอันน่าอัศจรรย์ที่พวกเขามี โดยเขาและทีมมีทฤษฎีอธิบายเรื่องนี้อย่างหลากหลาย แต่ยังไม่มีทฤษฎีไหนที่ดีที่สุดที่จะอธิบายได้ว่าอะไรทำให้เกิดโครงสร้างประหลาดนี้บนดาวอังคาร ซึ่งคงต้องใช้เวลาสักระยะเพื่อหาคำตอบเรื่องนี้ แต่สิ่งที่ทำได้ตอนนี้คือเปิดใจและปล่อยให้ก้อนกินนั้นเผยเรื่องราวของตัวเองออกมา

สำหรับงานออพพอร์จูนิตีนั้น เป็นยานสำรวจเคลื่อนที่ขนาดรถกอล์ฟที่ลงจอดบนพื้นผิวดาวอังคารเมื่อเดือน ม.ค.2004 ส่วนยานขนาดเดียวกันอีกลำคือยานสปิริต (Spirit) ที่ลงสำรวจในพื้นต่างกัน โดยยานสำรวจพลังแสงอาทิตย์ทั้งสองได้รับการคาดหวังว่าจะปฏิบัติหน้าที่บนดาวอังคารเพียง 90 วัน แต่ก็สามารถอยู่รอดมาได้หลายปี จนกระทั่งเมื่อต้นปี 2010 ยานสปริตก็หยุดสื่อสารกับศูนย์ควบคุมบนโลก แต่ยานออพพอร์จูนิตียังคงทำงานต่อไป

วันพุธที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2555

กว่าจะเป็นอินเตอร์เน็ต

dialup


กว่าจะเป็นอินเตอร์เน็ต

  “อดีตบอกเล่าอนาคต”วันนี้เรามาคุยถึงอินเตอร์เน็ตที่เราๆท่านๆ  ใช้กันอยู่ทุกวันนี้เริ่มขึ้นมา  ได้อย่างไรหลายคนอาจเกิดคำถามขึ้นว่าจะต้องรู้ไปทำไม “ใช้งานได้เป็นพอ” ใจเย็นครับครับใจเย็น  เขาว่ากันว่าจะรู้อะไรก็รู้ให้ถึงกึ๋นเลยจะทำให้เรากระจ่างในสิ่งที่เกิดขึ้นในลำดับต่อมาภายหลังครับ

     ก่อนที่จะมีการใช้งานอินเตอร์เน็ตอย่างแพร่หลายในทุกวันนี้  เครือข่ายสื่อสารส่วนใหญ่ยังถูกจำกัดอยุ่เพียงการใช้งานกันภายใน  โดยผ่านคอมพิวเตอร์ศูนย์กลางที่มีมันสมอง หรือระบบประมวลผลขนาดใหญ่เท่านั้น  ทำให้เป็นสิ่งท้าทายในเวลานั้นสำหรับสำหรับนักวิจัยทั้งในมหาลัยชั้นนำและหน่วยงานวิจัยของภาครัฐในสหรัฐอเมริกา  ต่างคิดค้นวิธีการเชื่อมต่อเครือข่ายต่างๆ  ที่อยู่ห่างไกลกันให้เป็นหนึ่งเดียว

     เครือข่ายที่เชื่อมโยงกันในระยะแรกเกิดขึ้นภายในกลุ่มที่มีความสนใจในเรื่องเดียวกัน  ถ้าสังเกตดูแล้วจะพบว่า  บริการในโลกดิจิตอลต่างยำเอากฎธรรมชาติของพฤติกรรมมนุษย์นี้มาใช้จนประสบความสำเร็จกันทั้งนั้น  แต่สำหรับยุตแรกๆ  นั้นยังมีจุดเชื่อมต่อถึงกันเพียงไม่กี่จุด  และแล้วก็เป็นจุดเริ่มต้นของอินเตอร์เน็ตโปรตอลคอล  หรือไอพี (Internet  Protocol : IP)  ซึ่งเปรียบเสมือนกฎกติกาข้อตกลงการรับส่งข้อมูล  การวางเครือข่าย  เพื่อให้ง่ายต่อการขยายและเชื่อมต่อกัน

     ถ้าว่าไปแล้ว “เจ้าไอพี” เปรียบได้ใกล้เคียงกับการพัฒนาระบบคมนาคม  เราเริ่มจากถนนหนทางเพื่ออำนวยความสะอวกในการรับส่งสินค้าหรือการเดินทางไปมาหาสู่กัน  ถ้าสนใจกันเฉพาะในเมืองเล็กๆ  เท่านั้น  ก็อาจจะไม่จำเป็นต้องสนใจว่าพื้นที่อื่นเขาจะจัดการจราจรกันอย่างไร  แต่เมื่อต้องการจะติดต่อกับเมืองอื่นๆก็ต้องเคารพกฎกติกาของเมืองอื่นด้วย  ยิ่งถ้าต้องการเชื่อมต่อไปยังประเทศอื่นๆ  ผ่านสายการบินแล้ว  ก็จำเป็นต้องมีข้อตกลงระเบียบข้อปฏิบัติ  ไม่งั้นคงสับสนวุ่นวายกัน  จนการจัดการจราจรจะกลายเป็นจราจรเช่นเดียวกับการเชื่อมต่อเครือข่ายคอมพิวเตอร์ก็ต้องมีโปรโตคอลเพื่อจัดระเบียบนั่นเอง

    การเชื่อมต่อกันระหว่างเครือข่ายคอมพิวเตอร์ได้สู่ความคิดที่จะครอบคลุมเครือข่ายให้ถึงกันทั่วโลกได้ขยายสู้ความคิดที่จะครอบคลุมเครือข่ายให้ถึงกันทั่วโลกโดยเรียกขานกันว่า “อินเตอร์เน็ต”  ซึ่งมีการใช้งานอย่างเป็นอย่างทางการกันนับตั้งแต่ปี  พ.ศ. 2525 เริ่มจากซีกโลกตะวันตกแล้วเข้ามาสู้พื้นที่อื่นๆ  ในเวลาต่อมานั้นเอง

วันอังคารที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2555

เกร็ดความรู้เสริมสร้างรอยหยักในสมอง มันอาจจะมีประโยชน์บ้างอะไรบ้าง (สาระล้วนๆ)


1. พลังงานไฟฟ้า มาจากการเคลื่อนที่ของอิเล็กตรอน
2. องค์ประกอบของโลกส่วนใหญ่เป็นสารประกอบพวกซิลิกอนไดออกไซด์
3. การดื่มน้ำกระด้าง จะทำให้เป็นโรคนิ่วในกระเพาะปัสสาวะ
4. ถ้านำเพชรมาเผาไฟจะได้ก๊าซคาร์บอร์ไดออกไซด์ เพราะเพชรเป็นอันยรูปของถ่าน
5. แกรไฟท์ สามารถนำมาใช้เป็นตัวนำไฟฟ้า สารหล่อลื่น ไส้ดินสอ และใช้เป็นตัวยับยั้งปฏิกิริยานิวเคลียร์ในปฏิกรณ์ปรมาณู
6. สเตทโธสโคป คือ เครื่องฟังเสียงการทำงานของหัวใจและปอด
7. คาวมเร็วเสียงในดินจะมีความเร็วกว่าความเร็วเสียงในอากาศประมาณ 15 เท่า
8. น้ำลาย จะเป็นตัวหล่อลื่น และทำให้อาหารรวมตัวกันเป็นก้อนเรียกว่า โบลัส
9. กระบวนพื้นฐานของการเกิดแสงในสิ่งมีชีวิตมีส่วนมาจากโปรตีนชนิดเดียวกันที่ชื่อว่า "เอนไซม์ลูซิเฟอเรส"
10. เมื่อหินหนืดเย็นตัวลงจะตกผนึกได้เป็นหินอัคนี
11. ทรงยี่สิบหน้าปลายตัด เป็นต้นแบบของการผลิตลูกฟุตบอลในปัจจุบัน
12. เปลือกหอยนางรมสามารถใช้ทำปูนขาวเพื่อไปใช้ในการก่อสร้าง การเกษตรกรรม และอุตสาหกรรม
13. การใช้ไฟฟ้าในที่พักอาศัย มีส่วนทำให้เกิดก๊าซเรือนกระจกถึง 16%
14.สมองของคนเราหนักประมาณ 3% ของน้ำหนักร่างกาย แต่ใช้เลือดไปหล่อเลี้ยงถึง 15% ของเลือดทั้งหมด
15. ปรากฎการณ์โลกร้อน คือ ปรากฏการณ์ที่อุณหภูมิเฉลี่ยของผิวโลกและผืนมหาสมุทรสูงขึ้น
16. น้ำแข็งในดาวหางส่วนมากประกอบด้วยก๊าซมีเทน แอมโมเนีย คาร์บอนไดออกไซด์และน้ำ
17. ความเร็วลมผิวพื้นและชั้นบนมีหน่วยเป็น "นอต"
18. ความกดดันของบรรยากาศมีหน่วยเป็น"มิลลิบาร์"
19. ช็อกโกแลตสามารถดูดกลิ่นได้
20. สารที่จำเป็นต่อการสร้างเซลล์เม็ดเลือดแดงคือ ไขมัน โปรตีน และธาตุเหล็ก
21. หอเอนเมืองปิซาเอนไปทางใต้
22. ในน้ำทะเล 100 ตัน จะมีทองคำอยู่ประมาณ 4 กรัม
23. เส้นผมคนเรารับน้ำหนักได้ 3 กิโลกรัม
24. จิงโจเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมชนิดเดียวที่เดินถอยหลังไม่ได้
25. ผีเสื้อบินด้วยความเร็ว 20 ไมล์ต่อชั่วโมง ส่วนยุงบินด้วยความเร็ว 5 ไมล์ต่อชั่วโมง
26. หัวใจมนุษย์สร้างความดันเพียงพอที่จะปั๊มเลือดออกจากร่างกายไป 30 ฟุต
27. กล้ามเนื้อที่แข็งแรงที่สุดในร่างกายคือลิ้น
28. จุดแดงใหญ่บนดาวพฤหัสบดี เป็นพายุที่เกิดมานานกว่าสามร้อยปีแล้ว
29. เราสามารถเดินม้าหมากรุกให้ผ่านทุกช่องบนกระดานหมากรุกโดยไม่ซ้ำกันและกลับมายังช่องแรกได้ถึง 26,534,728,821,064 วิธี
30. ไรซิน เป็นสารพิษจากพืชที่รุนแรงที่สุด มีฤทธิ์ร้ายแรงกว่างูเห่า 2 เท่าสกัดได้จากเมล็ดละหุ่ง สามารถใช้ในการรักษามะเร็งได้
31. โรนัน เป็นปลากระดูกอ่อนชนิดหนึ่งมีหางเหมือนปลาฉลามและหัวเหมือนปลากระเบน
32. แปรงสีฟันถูกประดิษฐ์ขึ้นโดย วินเลียม แอดดิส ขณะที่เขาถูกจองจำอยู่ในคุก
33. สารอนินทรีย์ได้จากการสลายตัวของหินและแร่
34. ฮิวมัส เป็นสารอินทรีย์ที่ได้จากการสลายตัวของสิ่งมีชีวิตที่เน่าเปื่อยผุพังสลายตัวทับถมอยู่ในดิน
35. ปีที่ร้อนที่สุดในรอบปีคือปีพ.ศ. 2543
36. หน่วยของเวลาตามระบบหน่วยเอสไอนั้นกำหนดให้เป็น วินาที
37. แนวคิดเรื่องไทม์แมชชีนเริ่มปรากฏเป็นครั้งแรกจากนวนิยายแนววิทยาศาสตร์เรื่อง "ไทม์แมชชีน" ของ เอช. จี. เวลล์
38. เปลือกโลกภาคพื้นทวีปจะประกอบด้วยชั้นไซอัลและไซมา ทำให้มีความหนามากกว่าเปลือกโลกส่วนที่อยู่ใต้มหาสมุทร ซึ่งประกอบด้วยชั้นไซมาเท่านั้น
39. แก่นโลก เป็นส่วนชั้นในสุดของโลกที่มีความหนาแน่นมากมีรัศมียาวประมาณ 3,486กิโลเมตรประกอบด้วยโลหะผสมระหว่างเหล็กและนิกเกิล
40. แก่นโลกชั้นนอก มีความหนาแน่นมากกว่าหินทั่วไปถึง 5 เท่าและมีความร้อนสูงถึง4,000 องศาเชลเซลเซียส

วันอาทิตย์ที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2555

" คุณครูสาว " ผู้เป็นแรงบันดาลใจให้เด็กอเมริกัน


          คุณครูสาวท่านนี้ชื่อว่า แมรี่ แกนน่อน เธอเป็นคุณครูประจำอยู่ที่โรงเรียนฮาร์ดิง
มิดเดิล สคูล ในรัฐโอไฮโอของสหรัฐฯ ซึ่งสอนเด็กนักเรียนเกรด 6-8 (ชั้น ป.6-ม.2)
          แกนน่อน เป็นคนพิการแขนทั้งสองข้างแต่กำเนิด เธอเติบโตขึ้นในสถานสงเคราะห์เด็กกำพร้า ประเทศเม็กซิโก
จนถึงอายุ 7 ขวบ จึงได้รับการอุปการะโดยครอบครัวจากรัฐโอไฮโอ และพยายามฝึกฝนการใช้เท้าทำอะไรแทนมือจน
เชี่ยวชาญ ก่อนจะได้เข้าทำงานเป็นครูผู้ช่วยที่โรงเรียนฮาร์ดิงเมื่อปีที่แล้ว และปัจจุบันก็ได้กลายเป็นคุณครูอย่างเต็มตัว
โดยสอนวิชาคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์
          แม้จะไม่มีอวัยวะครบ 32 เหมือนเช่นคุณครูท่านอื่น ๆ โดยเฉพาะแขนสองข้างที่กุดหายไป แต่นั่นก็ไม่ได้เป็น
อุปสรรคต่อการทำหน้าที่ครูเลยแม้แต่น้อย เธอใช้เท้าแทนมือในการเขียนกระดาน พิมพ์คอมพิวเตอร์ หรือแม้แต่แจก
เอกสารประกอบการเรียนให้เด็ก ๆ
          ที่สำคัญการสอนของเธอไม่ได้ทำให้เหล่าลูกศิษย์ได้รับแต่เพียงตัวความรู้เท่านั้น พวกเขายังได้เรียนรู้บทเรียน
ชีวิตที่ดี โดยมีคุณครูแกนน่อนเป็นตัวอย่างชั้นเยี่ยม ซึ่งเด็ก ๆ ทั้งมองเห็นและสัมผัสได้อย่างขัดเจนว่า ไม่ว่าจะมีอุปสรรคใดๆ
หากมีความพยายามและตั้งใจจริงแล้ว คนเราย่อมทำมันให้สำเร็จลุล่วงได้แน่นอน
          "พอเห็นครูแล้วมันทำให้ผมรู้ว่า เราสามารถทำทุกสิ่งที่เราอยากทำได้ ไม่ว่ามันจะเป็นอะไรก็ตาม" ลูกศิษย์เกรด 8
ของเธอ กล่าว
          ส่วนทางด้านคุณครูแกนน่อนก็กล่าวว่า ความจริงเธอไม่ชอบเลยกับการที่ถูกเรียกว่า "คนพิการ" เพราะมันให้ความรู้สึก
แบ่งแยก แต่ถ้ามันจะช่วยให้คนอื่น ๆ ได้รับแรงบันดาลใจจากเธอ หรือทำให้พวกเขาปรับเปลี่ยนการใช้ชีวิตของตัวเองให้ดีขึ้น
เธอก็รู้สึกโอเค
          "ตอนนี้ฉันกำลังทำในสิ่งที่ฉันอยากทำ และมันเป็นสิ่งที่ฉันรัก ถ้าคุณเองกำลังตั้งความมุ่งมั่นไว้ว่าอยากจะทำให้สิ่งที่
ตัวเองรักเหมือนกัน ถ้าอย่างนั้นก็ลงมือเลย ไม่มีใครหรืออะไรสามารถหยุดคุณได้หรอก"
          ขณะที่ทางด้านคุณครูคนอื่น ๆ ในเรียนก็มองครูสาวคนนี้ด้วยความชื่นชมไม่แพ้กัน พวกเขารู้ดีว่าเธอเป็นแรงบันดาลใจ
ที่ดีให้กับเด็กนักเรียนทุกคนในโรงเรียน โดยคุณครูคนหนึ่งบอกว่า ทุกคนที่ได้พบแกนน่อนรู้สึกไม่ต่างกันว่า "ถ้าเธอทำได้ ฉันมั่นใจ
เลยว่าตัวฉันเองก็ต้องทำอย่างนั้นได้เหมือนกัน"
                           

เฟซบุ๊กรุกอีคอมเมิร์ซส่งของขวัญจริงๆได้

[เอ.อาร์.ไอ.พี, www.arip.co.th] เฟซบุ๊ก (Facebook) เริ่มขยับตัวแล้ว ล่าสุดทางบริษัทได้เพิ่มบริการใหม่ที่มีชื่อว่า Gifts ซึ่งก็จะมีการทำงานตามชื่อเรียกของมัน กล่าวคือ บริการดังกล่าวจะเปิดโอกาสให้ผู้ใช้สามารถสั่งซื้อ และจัดส่งของขวัญจริงๆ อย่างช็อคโกแลต กาแฟ ตุ๊กตาหมี ถุงเท้า และอื่นๆ อีกมากมายไปให้กับเพื่อนของคุณในวันเกิด หรือวันสำคัญต่างๆ ได้ 

สำหรับ เฟซบุ๊กกิฟต์ (Facebook Gifts) ได้เปิดให้บริการตั้งแต่วันพฤหัสที่ผ่านมา โดยจะเริ่มเปิดให้กับผู้ใช้บางส่วนในสหรัฐฯ ก่อน และจะค่อยๆ เปิดให้กับประเทศต่างๆ ในเดือนต่อไป หากเริ่มมีการใช้บริการส่งของขวัญจากผู้ใช้กันอย่างจริงจัง ซึ่งบริการ Facebook Gifts จะให้ผู้ใช้สามารถคลิกบนไอคอน gifts ที่อยู่ในหน้าเพจของเพื่อนบนเฟซบุ๊กได้จากในเว็บไซต์ หรือแอพฯ บนแอนดรอยด์โฟน ส่วนเวอร์ชันไอโฟน และไอแพดกำลังจะตามมาในเร็วๆ นี้ ทั้งนี้ไอคอน gifts จะแสดงขึ้นทางด้านขวาของหน้าเพจของผู้ใช้ โดยจะมาพร้อมกับการแจ้งเตือนวันเกิด หรือวันครบรอบแต่งงาน ฯลฯ ตัวอย่างการทำงานของบริการนี้ สมมติว่า กำลังจะถึงวันเกิดเพื่อนของคุณในอีก 2 วันข้างหน้า คุณจะพบเห็นลิงค์ "give her a gift" และไอคอน gift จะแสดงผลขึ้นมาถัดจากชื่อ และรูปภาพของเธอ และเมื่อคลิกบนไอคอน มันก็จะแสดงภาพรายการของขวัญที่คุณสามารถซื้อได้ อย่างเช่น บัตรของขวัญสตาร์บั๊ค คัพเค้ก หรือเจ้าหมีเท็ดดี้ เป็นต้น ทางด้านเพื่อนของคุณที่เป็นผู้รับจะได้รับการแจ้งเตือยผ่านเฟซบุ๊ก เพื่อให้เข้าไปใส่ที่อยู่ที่จะรับของขวัญ ซึ่งของขวัญบางอย่าง ยังเปิดโอกาสให้ผู้รับเลือกได้ด้วยเช่น หน้าคัพเค้กที่ชืนชอบ หรือขนาด และสไตล์ของถุงเท้า หรือแม้กระทั่งการขอเปลี่ยนของขวัญเป็นอย่างอื่น หากผู้รับไม่ชอบช็อคโกแลต หรือถุงเท้า แต่อยากได้เป็นหมีแทน ก็สามารถทำได้ 

การเคลื่อนไหวในครั้งนี้ของเฟซบุ๊กส่อให้เห็นทิศทางว่า บริษัทกำลังเข้าสู่การทำอีคอมเมิร์ซ โดยจะมีการคิดค่าบริการจากส่วนแบ่งกำไรของผู้ค้าที่นำสินค้าเข้ามาให้บริการใน Facebook Gifts ซึ่งทางบริษทจะเพิ่มสินค้าที่หลากหลายขึ่นไปอีก โดยมีความเป็นไปได้ตั้งแต่ไอศครีมกูเม่ต์ ภาพพิมพ์ Andy Warho ดอกไม้ ของเล่นสำหรับสุนัข ไปจนถึงแพคเกจสปา การให้บริการ Facebook Gifts เป็นผลลัพธ์มาจากการที่ทางบริษัทได้เข้าซื้อกิจการที่ชื่อว่า Karma บริษัทใหม่ที่มีพนักงานแค่ 16 คนในซานฟรานซิสโก โดยเฟซบุ๊กซื้อบริษัทนี้เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคมที่ผ่านมา แอพฯ บนโมบายของ Karma ยังเปิดโอกาสให้ผู้ใช้สามารถส่งของขวัญให้เพื่อนๆ ได้ในระหว่างเดินทาง ซึ่งนั่นหมายความว่า Facebook Gifts จะสามารถใช้งานได้ทังบนคอมพิวเตอร์ และโมบาย หลังจากที่เข้่าซื้อกิจการแล้ว ลี ลินเดน หัวหอกของ Karma ตอนนี้ได้กลายเป็นหัวหน้าฝ่ายผู้จัดการผลิตภัณฑ์ของ Facebook Gifts ไปเรียบร้อยแล้ว "เราคิดว่า การให้ของขวัญ คือรูปแบบของการสื่อสารอย่างหนึ่ง" เขากล่าว 


สื่อนอกตีข่าว จราจรไทยทำลายสถิติ ทำคลอดมากที่สุดในโลก


เว็บไซต์เทเลกราฟ สำนักข่าวชื่อดังของอังกฤษรายงานว่า ด.ต.มานะ จอกโคกสูง วัย 43 ปี กลายเป็นตำรวจจราจรที่ทำคลอดทารกมากที่สุดในโลก หลังช่วยทำคลอดทารกรายที่ 47 บนท้องถนนของกรุงเทพฯ

รายงานระบุว่าการจราจรในกรุงเทพฯเลวร้ายมาก ว่ากันว่าท้องถนนสามารถรับมือกับรถได้แค่ราวๆ 1.6 ล้านคน แต่ข้อมูลบ่งชี้ว่ามีการจดทะเบียนรถยนต์ มากกว่าที่สามารถรองรับได้กว่า 4 เท่า ด้วยเหตุนี้เอง ด.ต.มานะ และเจ้าหน้าที่คนอื่นๆ จึงต้องเข้ารับฝึกฝนการทำคลอด เพื่อคอยช่วยเหลือผู้หญิงท้องที่เกิดเจ็บครรภ์ขึ้นมา แต่ไม่สามารถไปถึงโรงพยาบาลได้ในชั่วโมงเร่งด่วน

ด.ต.มานะ กล่าวว่าครั้งแรกที่ผมทำคลอด ตัวผมสั่นไปหมด ทั้งตื่นเต้นและทั้งกลัว อย่างไรก็ตามในครั้งล่าสุดที่ช่วยทำคลอดคุณแม่ยังสาววัย 19 ปี บนรถแท็กซี่  ด.ต.มานะ มานะบอกว่ารู้สึกปลาบปลิ้มใจอย่างมากที่ได้ช่วยเหลือผู้คน

เรื่องราวของผลิตภัณฑ์สมุนไพร วิสาหกิจชุมชนกลุ่มแม่บ้านวัดจันทร์พัฒนา




            ปัจจุบันผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมและผิวพรรณเป็นสิ่งสำคัญมากในชีวิตประจำวันของคนทุกเพศทุกวัย จึงมีผลิตภัณฑ์หลากหลายยี่ห้อวางขายตามท้องตลาดทั่วไป แต่ผลิตภัณฑ์ต่างๆ ล้วนเต็มไปด้วยส่วนผสมที่เป็นสารเคมี ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อผู้ใช้ที่มีเส้นผมและผิวพรรณที่แพ้ง่าย ดังนั้น ทางวิสาหกิจชุมชนกลุ่มแม่บ้านวัดจันทร์พัฒนา จึงได้มีความคิดที่จะนำเอาสมุนไพรพื้นบ้านที่มีอยู่ในชุมชนมาผสมผสานกับภูมิปัญญาไทย  โดยนำมาผลิตเป็นผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมและผิวพรรณ ได้แก่ แชมพูและครีมนวดประคำดีควาย แชมพูและครีมนวดดอกอัญชัน   แชมพูและครีมนวดมะกรูดผสมกับว่านหางจระเข้    น้ำมันบำรุงเส้นผม
 “ ตะวันแฮร์โค๊ท ” สบู่เหลวจากมะขาม และสบู่เหลวจากขมิ้นชัน  การนำส่วนผสมต่างๆ มาผสมกันอย่างสอดคล้องทำให้เกิดผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพทั้งเส้นผมและผิวกายที่มีคุณภาพ ไม่ระคายเคืองต่อหนังศีรษะและผิว ทำให้ผมนุ่มสลวยและมีกลิ่นหอมอ่อนๆ ผิวพรรณชุมชื่นอย่างเป็นธรรมชาติ ยังเป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับสมุนไพรไทย ก่อให้เกิดรายได้กับชาวบ้านในชุมชน  กลุ่มวิสาหกิจชุมชนกลุ่มแม่บ้านวัดจันทร์พัฒนาได้รับการสนับสนุนจาก คณะเภสัชศาสตร์และคลินิกเทคโนโลยีมหาวิทยาลัยนเรศวร ในการตั้งสูตรตำรับเครื่องสำอางผสมสมุนไพรและการพัฒนาการผลิตที่มีคุณภาพ  การคิดค้นผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ให้กับชุมชน  และยังมีหน่วยงานราชการต่างๆ ให้การสนับสนุนการพัฒนาด้านบรรจุภัณฑ์และด้านการตลาดอย่างสม่ำเสมอ